วันเสาร์ที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2562

จำได้ไหม แบบก่อสร้างศาลา วัดป่านาคำน้อย

หลวงตา ให้ความเห็นว่าอย่างไร แล้วใครฝืนที่จะสร้างตามใจตัว
.............


.เรื่องเจดีย์ ลูกศิษย์ลูกหาขององค์หลวงตาเป็นกลุ่มใหญ่ ความคิดเห็นแตกต่างมันมีอยู่ แต่ถ้าเห็นแตกต่างก็ต้องทบทวน หลวงพ่อก็ทบทวนแล้วทบทวนอีก อย่างวันที่เซ็นสัญญา คนมากไหม คนหลายพัน ทั้งที่ไม่มีงาน มีแต่ประกาศว่าวันนี้เป็นวันเซ็นสัญญา ไปร่วมเป็นสักขีพยานกันเน้อ ลูกหลานเน้อ เพียงแค่นั้น คนไปมากทีเดียว แล้วจะว่าเป็นวันพร้อมเพรียงของศิษย์ไหม ผู้ที่ไม่เห็นด้วย มีไหม มี แต่ไม่แสดงตนออกมา อยู่ในมุมมืด ต้องออกมาแสดงความคิดเห็นสิ จึงจะถูกต้องเป็นธรรมในหมู่คณะ ถ้าหากอยู่ในมุมมืดแล้วไปแสดงอากัปกิริยาออกมาหลวงพ่อว่าไม่ดีนะ ไม่ใช่นักเลงพอ 
 
คำว่านักเลงธรรมนี้คือกล้าพูดกล้าแสดงความคิดเห็นในสิ่งที่ถูกต้อง หลวงพ่อก็นักเลงนะ กล้าพูดกล้าแสดงความคิดเห็นในสิ่งที่ถูกต้อง นั่นล่ะ นักเลงธรรม ถ้านักเลงกิเลสกล้าพูดกล้าแสดงในสิ่งที่มันชั่ว สิ่งที่ดีหุบปากไม่กล้าพูด ต้องกล้าพูดกล้าแสดงในสิ่งที่ถูกต้อง มีเหตุมีผลในการแสดงออก การเกิดมามันมีทั้งดีทั้งชั่ว ถ้าเราเห็นว่าการกระทำของเรา เอ้า หลวงพ่ออินทร์ทำอย่างนี้มีคนคัดค้าน หลวงพ่ออินทร์ก็หงอไม่ทำ เขาก็คัดค้านไปเรื่อย ใครจะเห็นด้วยถ้าเราคิดดีแล้ว เราว่ามันดีแล้ว เราก็ต้องทำตามสิ่งที่เราเห็นว่าถูกต้องเป็นธรรม ไม่ทำให้คนอื่นเดือดร้อน ไม่ได้เหยียบย่ำทำลายคนอื่น ถ้าเหยียบย่ำทำลายคนอื่นก็พูดออกมาสิ พูดกันได้ 
 
ถ้าจะให้คนอนุโมทนากันก่อน อย่างเราจะมาบวชเป็นชีเป็นพระเข้าวัด จะให้ชาวบ้านทุกคนอนุโมทนาเห็นด้วยทุกคนเน้อ ถ้าไม่เห็นด้วยจะยังไม่เข้าวัด พอมีคนไม่เห็นด้วย โอ้ยเข้าวัดทำไมยุ่งเหยิงวุ่นวายไม่เห็นด้วย พอไม่เห็นด้วยก็ไม่เข้าวัด เกิดมาชาตินี้เลยไม่ได้เข้าวัด เกิดมาชาติหน้าก็ถามอีก ก็ไม่เห็นด้วยอีก ไม่ได้เข้าอีก ตายอีก เกิดอีก หลวงพ่อว่าเกิดกี่ร้อยกี่พันกี่หมื่นกี่แสนชาติ จะให้คนอนุโมทนาสาธุเป็นเสียงเดียวกันเสียก่อนจึงทำความดี หลวงพ่อมองไม่เห็นนะ เว้นแต่จะเป็นคนกลุ่มเดียวกันคนมีความคิดแบบเดียวกัน เออวันนี้ไปตกปลาในสระนั้นนะ ก็รุมกันไป พวกคนศีลคนธรรมก็ว่าไปตกปลาบาปตายห่าตายโหงไปฆ่าสัตว์ พวกนี้ก็คัดค้าน พวกนี้ก็จะพาไปวัดไปวาจำศีลนะ ฟังเทศน์นะ วันนี้นะ ไอ้พวกที่บาปอกุศลในจิตในใจก็ว่าไปนั่งสัปงกงกงันจะมีประโยชน์อะไร เราไปหาอยู่หากิน กินเหล้าเมายาเราจะดีกว่า มันเป็นสองฝักสองฝ่ายอยู่แล้วในเรื่องความดีความชั่ว มันเป็นของคู่กันมาตั้งแต่ดึกดำบรรพ์ตั้งแต่สร้างโลกมา
 
เพราะฉะนั้น อย่าไปแปลกใจ ในประเทศไหนไม่มีคนคุกมีไหม ไม่มีคนชั่วมีไหม หรือประเทศไหนมีแต่คนดีมีไหม มันก็มีดีกับชั่วอยู่ทุกประเทศ พวกเราอย่าแปลกใจ ให้มองตนเอง ข้าพเจ้าจะคิดดี ทำดี พูดดี เท่านั้น นั่นล่ะ เป็นหน้าที่ของเรา จะให้คนอื่นเห็นด้วยเสียก่อนตัวเองจึงจะประพฤติปฏิบัติดี อย่าหวัง เกิดแล้วตาย ตายแล้วเกิดกี่ร้อยกี่พันกี่หมื่นกี่แสนชาติก็ไม่ได้ทำความดี
 
หลวงพ่ออินทร์ถวาย สันตุสสโก
พระธรรมเทศนา “ผีเข้าสิง ลิงผีปอบ”
แสดงธรรมเมื่อวันที่ ๒๗ มิถุนายน ๒๕๖๐



วันอาทิตย์ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2559

วันอาทิตย์ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2559

ตัวการ ผู้ใช้ ผู้สนับสนุน ผู้กระทำ ก็รับไปเต็ม ๆ

กุฏิวิหารของสงฆ์ ที่คงสภาพดีอยู่นั้น และสงฆ์ส่วนใหญ่ไม่ได้อนุญาต ถือว่าเป็นการทำลายครุภัณฑ์ของสงฆ์ จะมีบาปกรรม คือจะต้องรับใช้กรรมในนรก เมื่อพ้นจากนรกแล้ว มาเกิดเป็นสัตว์ ก็จะถูกทำลายรังที่อยู่ ถ้าเป็นคนก็จะถูกทำลายบ้าน หรือไฟไหม้บ้าน ใช้กรรมนี้ไปอีก 500 ชาติ 






























วันพฤหัสบดีที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2559

ทำอะไรก็อย่าให้เสียถึงพ่อแม่ครูอาจารย์



จากกรณีมติสงฆ์คว่ำบาตร พลเอกประยุทธ์ โดยการอ้างคำพูดที่หลวงตาฯ เคยพูดไว้ มาทำให้การกระทำตามความคิด ตามกิเลสของตนดูมีน้ำหนัก ทั้ง ๆ ที่ในอดีตก็ได้ฟังประวัติจากปากหลวงตาฯ เหมือน ๆ คนอื่น  แต่ก็ทำประวัติผิดพลาดมาแล้ว ตามที่ปรากฎในหนังสือหยดน้ำบนใบบัว

ถ้ารักหลวงตาฯ จริง ก็ประพฤติปฏิบัติบูชา ทำจิตภาวนาเข้าไป มัวแต่วิ่งพล่านอย่างนี้แล้วจะหาความสงบเอาไปพิจารณาทางด้านปัญญาได้อย่างไร จะเอาธรรมที่ไหนมาดำเนินตามหลวงตาฯ แค่ลำพังท่านตัวคนเดียวไม่พอ ยังพาคนอื่นเข้ารกเข้าพงไปด้วย ถามว่าถ้าหลวงตาฯ ยังอยู่ ท่านจะกล้าทำอย่างที่ทำอยู่อย่างนี้หรือไม่

ถ้ารักชาติจริง ๆ เห็นอยู่หรือไม่ว่าประเทศมีปัญหาอะไรอยู่ จะต้องแก้ไขอะไรก่อนหลัง กฎหมายบัญญัติมาอย่างไร ก็ทำตามไปก่อน จะทำตนอยู่เหนือกฎหมายได้อย่างไร อยากจะแก้ไขอะไรก็ทำตามขั้นตอนกันไป ถ้าคิดว่าฝ่ายปกครองทำผิดกฎหมาย ก็ฟ้องศาลปกครอง ฟ้องศาลรัฐธรรมนูญ อย่าได้ทำตัวเอากฎหมู่อยู่เหนือกฎหมายเลย

เห็นชกลมมาตั้งนานแล้ว เดี๋ยวก็ล่ารายชื่อ เดี๋ยวก็เฮกันไปยื่นที่นู้น  ยื่นที่นี่ ดีดดิ้นวุ่นวายไปทั่ว กี่ปีแล้ว ไม่จบซักที ถามว่าท่านบวชมาเพื่ออะไร ทำกิจของตนเสร็จแล้วหรือยัง ถึงจะออกมานำหมู่คณะอย่างหลวงตาฯ

ดูผู้ทรงอรรถทรงธรรมอย่างหลวงปู่ลี ท่านเทิดทูนบูชาหลวงตาขนาดไหน ทำไมหลวงปู่ลีถึงไม่หาทองคำเข้าคลังหลวงต่อจากหลวงตาฯ ทำไมหลวงปู่ลีไม่ออกมาค้านเรื่องสถานีวิทยุล่ะ แล้วท่านเป็นใครล่ะ ทำไมต้องอ้างชื่อหลวงตาฯ อยากทำอะไรก็ใช้ชื่อของตัวเองทำไปเลย จะดูว่าจะมีใครเต้นตามท่านหรือไม่

ท่านทั้งหลาย จงพิจารณาดูเถิดว่า  องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ได้บัญญัติข้อแรกในมงคล 38 ประการ ว่า  อย่าคบคนพาล เป็นเพราะเหตุใด

วันศุกร์ที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2559

โง่แสนโง่ก็อยากให้เขาชมว่าตนฉลาด

ใครก็อยากโอ้อยากอวด โง่แสนโง่ก็อยากให้เขาชมว่าตนฉลาด ชั่วแสนชั่วก็อยากให้เขาชมว่าดีเป็นต้น เรื่องของโลกเป็นอย่างนั้น

http://www.luangta.com/thamma/thamma_talk_text.php?ID=1082&CatID=3


วันอังคารที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

สิทธิและหน้าที่ของผู้จัดการมรดก


     ผู้จัดการมรดกมีสิทธิและหน้าที่ที่จะทำการอันจำเป็นเพื่อจัดการมรดกโดยทั่วไป และมีหน้าที่รวบรวมมรดกเพื่อแบ่งให้ทายาทโดยธรรม หรือผู้รับพินัยกรรมตลอดจนชำระหนี้สินของเจ้ามรดกแก่เจ้าหนี้ จัดทำบัญชีมรดกและทำรายการแสดงบัญชีการจัดการและแบ่งมรดก โดยต้องจัดการไปในทางที่เป็นประโยชน์แก่มรดกจะทำนิติกรรมใด ๆ ที่เป็นปรปักษ์ต่อมรดกไม่ได้ 

     หากผู้จัดการมรดกละเลยไม่ทำการตามหน้าที่ หรือทำตัวเป็นไม้หลักปักขี้เลน เช่น ไม่ปฏิบัติตามพินัยกรรม หรือเพิกเฉยไม่แบ่งมรดกให้ทายาท ทายาทผู้มีสิทธิรับมรดกหรือผู้มีส่วนได้เสีย จะร้องขอให้ศาลมีคำสั่งถอนผู้จัดการมรดก เพราะเหตุผู้จัดการมรดกละเลยไม่ทำตามหน้าที่หรือเพราะเหตุอย่างอื่นที่สมควรก็ได้ และถ้าปิดบังทรัพย์มรดกไปเป็นของตนเองหรือผู้อื่น อาจต้องถูกดำเนินคดีข้อหายักยอกทรัพย์มรดก ติดคุกติดตารางก็ได้

วันศุกร์ที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2559

ห้ามผิดใจกัน

มือของครูอาจารย์ กับมือของลูกศิษย์ลูกหา ญาติมิตรเพื่อนฝูง เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ใช้แทนกันได้ ไว้ใจกันได้ "

และหยุดใช้เจดีย์ฯ วิทยุฯ ทองคำฯ เป็นตัวประกัน

วันพุธที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2559

เรื่องของ พิพิธภัณฑ์ธรรมเจดีย์ หลวงตาพระมหาบัว ญาณสัมปันโน และ พิพิธภัณฑ์พระธรรมวิสุทธิมงคล หลวงตาพระมหาบัว ญาณสัมปันโน วัดเกษรศีลคุณ / วัดป่าบ้านตาด อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี

การสนทนาของ หลวงปู่ลี กุสลธโร และ พระอาจารย์อินทร์ถวาย สันตุสสโก พระอาจารย์สุดใจ ทันตมโน พร้อมคณะสงฆ์

แปลจากภาษาอิสานเป็นภาษากลาง

หลวงปู่ลี : ตอกเสาเข็มลงแล้วก็ทำไปเลยนั่นแหละ ผมทำพิพิธภัณฑ์ก็ทำไว้ต้อนรับเจ้าฟ้าหญิงนั่นแล้วคู่กันนั่นน่ะเขียนชื่อไว้เลย มอบให้เจ้าฟ้าหญิงแล้วนะ

พระอาจารย์อินทร์ :  มาร่วมสร้างเจดีย์นำหลวงปู่ 5 แสน กระผม 3 ล้าน 5 แสนแล้วนะข้าน้อยมาร่วมเจดีย์กับหลวงปู่ ครั้งละ 5 แสน ๆ

หลวงปู่ลี :  มันทำสูงไม่ได้หรอก เขาไม่ให้เกิน 60 เมตร เจดีย์น่ะ เขาไม่ยอมเลย เขาโทรศัพท์มาบอกแล้ว ว่าที่เครื่องบินขึ้นลง ไม่ให้เกิน 60 เมตร ขอ 100 เมตร เขาก็ไม่ให้ เขาบอกมาแล้ว เอาไม้พยุงไปปลูกไว้นั่นท่านสงวนมากนะพ่อแม่ครูอาจารย์ บอกไอ้จ่อยให้ปลูกไม้ที่ใดให้ปักหลักไว้นะ ไม่เช่นนั้นแล้วพวกตัดหญ้าเขาจะตัดทิ้งหมดแหละถ้าไม่มีเครื่องหมายน่ะ

พระอาจารย์อินทร์ : งานเจดีย์นี่คงจะยังเหลือหลายอยู่นะข้าน้อย ถึงจะแล้ว(เจดีย์ที่วัดภูผาแดง)

หลวงปู่ลี : ถามท่านกนกดูสิ เอามดกัดกันอยู่นี่ เราไม่พูดเฉยๆ

พระอาจารย์อินทร์ :  ได้ขนาดนี้นับว่าเก่งแล้วนี่ ไม่ใช่ธรรมดา

หลวงปู่ลี :  อันนั้นเหมือนกันน่ะ พิพิธภัณฑ์น่ะ  พวกทำมันเพิ่มเติมไปอยู่เรื่อย พ่อแม่ครูอาจารย์ไม่ให้ทำใหญ่ขนาดนั้นนะ โอ้ย.พวกนี้มันเพิ่มเติมเสริมไปอีก ท่านให้ทำแบบสุทธาวาส สกลฯน่ะ

พระอาจารย์อินทร์ : ขอโอกาสครับหลวงปู่ ที่มาวันนี้ ก็นี่ล่ะ ที่หลวงปู่บอกกับท่านผู้ว่าฯว่า เรื่องเจดีย์มอบให้ท่านสุดใจกับท่านอินทร์นะ ว่าอย่างนั้น กระผมก็เลยมารับนโยบาย มากราบหลวงปู่ แล้วก็จะนำไปปฏิบัติ จะทำให้ดีที่สุดกระผม เดี๋ยวนี้ทูลกระหม่อมฟ้าหญิงท่านก็ประทับอยู่เมืองอุดรอยู่กระผมเดี๋ยวนี้ ก็จะได้เรียนให้ท่านรู้ท่านทราบว่าจะทำอย่างไรต่อไป เพราะว่ามันเป็นโครงการของท่านกระผม ก็เลย อยากให้ท่านรับรู้รับทราบด้วย

หลวงปู่ลี :  พิพิธภัณฑ์ มอบให้ท่านแล้วนะ ให้เป็นคู่กันกับเจดีย์น่ะ อันนั้นการก่อสร้างอะไรไม่มีก็จะได้ให้พวกผู้หญิงไปอยู่ทางนั้น ให้พระอยู่ทางนี้ ศาลาก็ทำไว้แล้วนะ เขามากราบเผื่อฝนตกก็เข้านั่น ท่านไม่ให้ทำใหญ่นะ พ่อแม่ครูอาจารย์ไม่ให้ทำใหญ่ อย่าให้มันเสียกรรมฐาน วัดกรรมฐาน ท่านเน้นหนักทางปลูกไม้แล้วเดียวนี้พ่อแม่ครูอาจารย์  ฝรั่งว่าเขาทำนายไว้แล้วว่าเมืองไทยมันจะกลายเป็นทะเลทรายว่างั้นนะ เพราะว่าทำลายต้นไม้มาก เขาว่าอย่านั้น เดี๋ยวนี้ฟ้าฝนก็เท่านั้นแหละ มีแต่ร้อน ไม่เหมือนแต่พ่อแต่แม่นะ แต่พ่อแต่แม่เผาป่าไม่ไหม้นะ ไฟไม่ไหม้ ขี้หาดมันมีนะ ขี้หาดเราไปกวาดจะเอาไว้นอนต้องเอาไปตากแดดไว้ก่อนแล้ว จะปูนอน มันชุ่มยังมีน้ำอยู่ขี้หาดน่ะ  พวกฟันไร่จะปลูกหมากเม็กมะเขือกินนี่โอ้ย ได้ร้อนได้โพกผ้ากันแดด อาบน้ำก็โน่นแหละ บ่ายสามโมงโน่นแหละตากผ้าอาบน้ำถึงจะแห้ง ค่อยได้ปูนอน หมอนก็ใช้ผ้าครองผ้าสังฆาฏินั่นแหละเป็นหมอนนอน สมัยออกวิเวกน่ะ

พระอาจารย์อินทร์ : กราบลาหลวงปู่ พวกผมมารับแนวนโยบายหลวงปู่นะข้าน้อย หลวงปู่มอบให้ท่านผู้ว่าฯหลวงปู่บอกเมื่อวานว่า เรื่องเจดีย์มอบให้ท่านอินทร์ กับท่านสุดใจนะ ผมก็เลยมากราบหลวงปู่นี่ล่ะกระผม

หลวงปู่ลี : เสร็จแล้ว ลุกไปแล้ว นี่ก็มอบไว้แล้ว ทำไว้ต้อนรับเจ้าฟ้าหญิง พิพิธภัณฑ์น่ะ บอกให้ท่านเลย

5 เมษายน 2559 เวลา 14.41 น. ณ พุทธมหาเจดีย์หลวงตาพระมหาบัว ญาณสมฺปนฺโน วัดภูผาแดง ตำบลหนองอ้อ อำเภอหนองวัวซอ จังหวัดอุดรธานี

วันอาทิตย์ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2559

วันพุธที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2559

ทุกครั้ง..ทำไมเริ่มขึ้น มันขวางแล้วเนี่ยเหอ


  • ฟังหลวงตาพูดชัด ๆ อีกครั้ง เกี่ยวกับเค้าคนนี้

(หมายเหตุ : ทุกครั้ง ไม่ว่าเรื่องอะไร เช่น โครงการช่วยชาติ, พ.ร.บ.สงฆ์, แบบก่อสร้างศาลาที่นาคำน้อย ฯลฯ รวมทั้งไม่ปฏิบัติตามคำสั่งที่หลวงตาฯ สั่งไว้ในการสร้างเจดีย์ฯ ที่บ้านตาด อีกทั้งมติสงฆ์ที่เป็นแนวทางเดียวกับคำสั่งฯ )
  • ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓ คำสั่งหลวงตาฯ
    หลวงตาฯ มีคำสั่งให้พระอาจารย์อินทร์ถวาย ปิดบัญชีซึ่งได้เปิดเพื่อรับบริจาคซื้อที่ดินและสร้างเจดีย์ 
  • "เราไปดูทุ่งกะมังแล้วก็มาบอกท่านทุย ท่านทุยเก่งเรื่องจับหมู จับไปจนเกือบหมดนะ เพราะฉะนั้นจึงบอกธรรมอินทร์ให้ไปติดต่อกับธรรมทุย เรื่องจับหมูนี้ไม่มีใครสู้ได้ แต่เรื่องจับกิเลสเหลวทั้งสอง เราก็บอกอย่างนี้นะ เรื่องจับหมูจับหมานี้จับดี แต่จับกิเลสนี้เหลวทั้งสองเลย..."
    (จาก http://www.luangta.com)
  • [ลำดับที่ ๗] "ขอไม่ลงนาม แต่น้อมรับตามมตินี้" ...จริงหรือ? ระวังทำสังฆเภท เป็นครั้งที่...555


  • ลูกศิษย์ยังจำได้ไหม ที่อาจารย์ของท่าน เคยเทศนาที่จะเรียงลำดับ อริยสัจสี่ ใหม่!......เก่งกว่าศาสดาไปไหน ใครจะตามอาจารย์ไป ขอให้ยกมือขึ้น
  • และอย่าให้เอ่ยถึง เงินบริจาคบางส่วนในงานพระราชทานเพลิง หลวงตาฯ ที่ต้องมาตามคืนถึงกรุงเทพฯ 
  • ท่านไม่หยุด (Lobby) เราก็ไม่หยุด...มาดูกันต่อ ตามพระวินัย ห้ามใช้ บาตรบางชนิด หนึ่งในนั้นคือ. บาตรทอง



  • อัปปนาสมาธิ ไม่ใช่ทุกคนจะทำได้ และ ไม่สามารถออกพิจารณาทางด้านปัญญาได้ เป็นสักแต่ว่ารู้ ศึกษาได้จาก  http://www.luangta.com/thamma_forum/forum_detail.php?cgiForumID=1272
    อุปจารสมาธิต่างหากที่จะออกพิจารณาทางด้านปัญญา .....คนเป็นเค้าฟังเทศน์ที่ท่านสอนสมาธิ ก็รู้ว่าท่านไม่เป็นแม้แต่สมาธิ 555
    ( https://youtu.be/9Gd7suxxnqg?t=1878 นาทีที่ 31.18 มีใจความดังนี้ "เพราะฉะนั้น เมื่อจิตผ่านความสงบ จิตที่ได้รับความสงบเป็นหนึ่งแล้ว จิตที่เป็นอัปปนาสมาธิแล้ว นำมาพิจารณาทางด้านปัญญา เดินเอาทางวิปัสนา")
  • ตอนโครงการช่วยชาติ ดร.ช. ถอนตัว จากหลวงตาฯ ใครเข้าไปแทนที่อาจารย์ ทำตัวเสมออาจารย์


วันพุธที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2558

ประชุมเรื่องพิพิธภัณฑ์และเจดีย์ของพ่อแม่ครูจารย์หลวงตามหาบัว ๑๖ ธันวาคม ๒๕๕๘



หลวงปู่บุญมี ปริปุณโณ,หลวงปู่ลี กุสลธโร,พระอาจารย์สุดใจ ทันตมโน 
ประชุมเรื่องพิพิธภัณฑ์และเจดีย์ของพ่อแม่ครูจารย์หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน 
ร่วมกับหัวหน้าส่วนราชการมีท่านผู้ว่าฯเป็นต้น ณ วัดป่าบ้านตาด 
โดยหลวงปู่ลี ให้สร้างแต่เจดีย์ส่วนประกอบอื่นๆไม่ให้สร้าง 
ซึ่งตอนท้ายส่วนราชการได้ถามความเห็นหลวงปู่บุญมี 
องค์หลวงปู่บุญมี ได้ตอบเห็นด้วยกับองค์หลวงปู่ลี

วันศุกร์ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2558

สัญชัยปริพาชก

อุปติสสะหรือพระสารีบุตร ได้พบกับพระอัสสชิเถระ ซึ่งมีกิริยาน่าเลื่อมใส จึงเข้าไปสอบถามและได้ฟังธรรมว่า

"ธรรมเหล่าใด มีเหตุเป็นแดนเกิด พระตถาคตตรัสเหตุแห่งธรรมเหล่านั้น และเหตุแห่งความดับแห่งธรรมเหล่านั้น พระตถาคตมีปกติ ตรัสอย่างนี้" 

อุปติสสะได้ดวงตาเห็นธรรมเป็นพระโสดาบัน แล้วจึงไปบอกแก่โกลิตะ หรือ พระโมคคัลลานะนั่นเอง ทำให้โกลิตะบรรลุเป็นพระโสดาบันด้วย ทั้งสองจึงพากันไปชวนสัญชัยปริพาชกผู้เป็นอาจารย์ สัญชัยห่วงลาภสักการะจึงไม่ยอมไป และได้ถามกลับว่า "ในโลกนี้คนโง่ หรือคนฉลาดมากกว่ากัน"

พระสารีบุตรและพระโมคคัลลานะตอบว่า "คนโง่มีมากกว่า" สัญชัยปริพาชกจึงกล่าวว่า "ถ้าอย่างนั้น คนฉลาด ๆ จักไปสู่สำนักของพระสมณโคดม ส่วนคนโง่ ๆ จักมาสู่สำนักของเรา เงินไหลทะลักสู่สำนักของเรา" ดังนี้แล้วก็ไม่ไป

วันจันทร์ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

การลงมือก่อสร้างพิพิธภัณฑ์ธรรมเจดีย์ฯ

แถลงการณ์ ฉบับที่ (พิเศษ) ๑/๒๕๕๘
เรื่องการลงมือก่อสร้างพิพิธภัณฑ์ธรรมเจดีย์
พระธรรมวิสุทธิมงคล(หลวงตาพระมหาบัว ญาณสัมปันโน)
ณ วัดป่าบ้านตาด

               ด้วยปรากฏเป็นข่าวที่รับทราบโดยทั่วกันในขณะนี้ว่า ทางจังหวัดอุดรธานีโดยคำสั่งผู้ว่าราชการจังหวัดจะเริ่มเข้ามาปรับพื้นที่ เพื่อเตรียมการก่อสร้าง พิพิธภัณฑ์ธรรมเจดีย์ พระธรรมวิสุทธิมงคล (หลวงตาพระมหาบัว ญาณสัมปันโน) ณ วัดป่าบ้านตาด ในวันที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๘ โดยยืนยันจะใช้ “แบบแปลน” ครบทั้ง ๓ ส่วน อันได้แก่ ส่วนพระเจดีย์ ส่วนวิหาร และส่วนหอประวัติ ทั้งๆ ที่ผู้ว่าราชการจังหวัดก็ทราบดีว่า องค์หลวงปู่ลี กุสลธโร พระมหาเถระผู้เป็นที่ไว้วางใจขององค์หลวงตาฯ ไม่เห็นด้วยกับแนวคิดนี้ องค์หลวงปู่พิจารณายอมรับเฉพาะ “ส่วนพระเจดีย์” ที่สูงไม่เกิน ๖๐ เมตร โดยให้สร้างลงในพื้นที่ที่จัดเตรียมไว้เท่านั้น ซึ่งความเห็นดังกล่าวมิใช่ความเห็นส่วนตัวขององค์หลวงปู่ หากแต่เป็น “มติขององค์หลวงตาฯ” ที่เคยปรารภไว้ล่วงหน้าก่อนแล้วเป็นการเฉพาะ องค์หลวงปู่จึงถือปฏิบัติตามโดยเคร่งครัด

               ทั้งนี้ ในการตัดสินใจของวัดป่าบ้านตาดโดยพระอาจารย์สุดใจ ทันตมโน เจ้าอาวาส ก็ได้มีหนังสือแจ้งอย่างเป็นทางการ(ที่พิเศษ ๐๖๔/๒๕๕๘ และ ๐๖๕/๒๕๕๘ ลว.๙ ตุลาคม ๒๕๕๘) ต่อผู้ประสานงานโครงการก่อสร้างพิพิธภัณฑ์ธรรมเจดีย์ฯ และต่อผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี ให้ได้ทราบถึงความเห็นของวัดป่าบ้านตาดที่สอดคล้องตรงกันกับความเห็นขององค์หลวงปู่ในข้างต้นแล้วด้วย และยังได้ทวง “แบบแปลน” ขอให้คณะผู้ออกแบบฯ รีบจัดส่งคืนมาที่วัดป่าบ้านตาดโดยเร็วอีกด้วย เพื่อจะได้เริ่มลงมือก่อสร้าง “ส่วนพระเจดีย์” ในที่ที่องค์หลวงปู่ได้จัดเตรียมที่ไว้ให้โดยทันที แต่จนบัดนี้ก็ไม่ปรากฏผลใดๆ ตามที่ได้ร้องขอและยังมีทีท่าจะก้าวล่วงยิ่งขึ้นไปอีก

               ด้วยเหตุนี้ องค์หลวงปู่ลี กุสลธโร จึงได้ยื่นคำขาดไว้แล้วว่า หากมีการฝ่าฝืน “มติขององค์หลวงตาฯ” โดยทางจังหวัดยังจะนำกำลังและอุปกรณ์เข้ามาปรับพื้นที่ในบริเวณเขตหวงห้ามในวันที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๘ หรือวันอื่นใดให้จงได้ และหากแม้ต้นไม้เพียงต้นเดียวได้ถูกทำลายไปแล้วไซร้ องค์หลวงปู่จะไม่ขอมายุ่งเกี่ยวกับทางวัดป่าบ้านตาดอีกตลอดไปตราบจนวาระสุดท้ายแห่งชีวิต นั้น

               คณะศิษย์วัดป่าบ้านตาด ได้นำเรื่องดังกล่าวเข้าสอบถามความเห็นของคณะสงฆ์วัดป่าบ้านตาด พบว่า คณะสงฆ์วัดป่าบ้านตาดมีความเห็นสอดคล้องตรงกับองค์หลวงปู่ลี กุสลธโร และเจ้าอาวาสวัดป่าบ้านตาด ทุกประการ โดยได้ให้เหตุผลด้วยว่า เป็นการแสดงออกถึงความเคารพบูชาต่อ “มติขององค์หลวงตาฯ” ซึ่งได้เมตตาพิจารณากลั่นกรองโดยธรรมอย่างสมบูรณ์แล้ว

               ดังนั้น เพื่อให้เป็นที่ปรากฏแก่สาธารณชน มิให้มีความคลางแคลงใจหรือมีข้อลังเลสงสัยใดๆ อีกต่อไปได้ ซึ่งอาจส่งผลกระทบให้เกิดความสับสนจากการตีความหมายที่ผิดไปจากความจริง คณะศิษย์จึงขอแถลงการณ์ให้เกิดความชัดเจน ดังนี้

              ๑. ขอเรียกร้องให้ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานีและส่วนราชการต่างๆ ยุติแนวคิดและการกระทำอันเป็นการละเมิดต่อ “มติขององค์หลวงตาฯ” ต่อความเห็นขององค์หลวงปู่ลี และต่อสิทธิของวัดป่าบ้านตาด

              ๒. หากทางจังหวัดประสงค์จะช่วยเหลือวัด ก็ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดรีบลงมือก่อสร้างในเขตพื้นที่ที่องค์หลวงปู่ลี กุสลธโร ได้เมตตาจัดเตรียมไว้ให้โดยเร็วที่สุด โดยใช้ “แบบแปลน” เฉพาะ “ส่วนพระเจดีย์” สูงไม่เกิน ๖๐ เมตร เท่านั้น ขอความกรุณาอย่าให้เนิ่นช้าต่อไปอีกเลย จักเป็นพระคุณอย่างสูงยิ่ง

               ทั้งนี้ แบบแปลนใน “ส่วนพระวิหาร” และ “ส่วนหอประวัติ” นั้น คณะศิษย์มิใช่ไม่ยอมรับหรือไม่พอใจในความงดงามของแบบแปลน ๒ ส่วนนี้ คณะศิษย์ต่างเห็นว่าเป็นงานออกแบบที่งดงามวิจิตรตระการตาอย่างยิ่งสมกับคุณูปการอันยิ่งใหญ่ขององค์หลวงตาฯ ที่มีต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ คณะศิษย์จึงร่วมอนุโมทนาสาธุการในบุญกุศลครั้งนี้ของคณะผู้ออกแบบฯ จากใจจริง อย่างไรก็ตาม ในเมื่อองค์หลวงปู่ได้เมตตายืนยันมาหลายวาระแล้วว่าขอให้ดำเนินการตาม “มติขององค์หลวงตาฯ” ด้วย ฉะนั้น แม้จะฝืนใจเพียงใด หรือแม้จะงดงามเพียงใด คณะศิษย์ก็ยอมตัดใจได้

               คณะศิษย์จึงขอให้ทางจังหวัดและผู้เกี่ยวข้องทั้งหลาย โปรดเสียสละ “ความคิดส่วนตัว” ขอให้หลอมเข้ามารวมเป็นหนึ่งเดียวกันกับ “ความคิดส่วนรวม” ตาม “มติขององค์หลวงตาฯ” ซึ่งเป็นศูนย์รวมดวงใจของศิษย์ทุกหมู่เหล่า ด้วยเทอญ

              ๓. คณะศิษย์ทราบว่า วัดป่าบ้านตาดเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ใน “แบบแปลน” ทั้ง ๓ ส่วนนั้น และในเบื้องต้นทางวัด “ไม่สงวนสิทธิ์” หากจะมีผู้ใดหรือองค์กรภาครัฐ/ภาคเอกชนรายใดที่ได้ยื่นขออนุญาตต่อทางวัดอย่างเป็นทางการว่า มีศรัทธาปสาทะประสงค์จะขอก่อสร้าง “ส่วนพระวิหาร” และ “ส่วนหอประวัติ” ตามแบบแปลนนี้ ณ ที่แห่งอื่นซึ่งมิใช่ที่ดินของวัดป่าบ้านตาด ซึ่งหากมีเจ้าศรัทธาเช่นว่านี้จริง ทางวัดก็อาจเข้าหารือต่อพระมหาเถระและต่อคณะสงฆ์กรรมฐานเพื่อให้ได้ความเห็นที่รอบคอบที่สุด

              จึงแถลงการณ์มาเพื่อกรุณาทราบโดยทั่วกัน ขอให้นำแถลงการณ์ฉบับนี้แจ้งต่อผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานีในทันทีด้วย


                      นางสาวบัวทิพย์ สิงหสุริยะ
                    ในนามคณะศิษย์วัดป่าบ้านตาด
                         ๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๘

วันศุกร์ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2558

วันอังคารที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2558

อย่าให้มันเลยฐานะของตัวเอง..

..
          เช่นอึ่งอ่างกับวัว เห็นไหมนิทาน อึ่งอ่างกับวัวหลวงตาได้นำมาแสดงให้พี่น้องทั้งหลายถือเป็นคติหลายครั้งแล้วนะ อึ่งอ่างกับวัว วัวหมายถึงหลักธรรมชาติ ได้แก่ธรรม อึ่งอ่างได้แก่กิเลส มันชอบพองตัวของมันเสมอ ตัวเท่ากำปั้นอึ่งอ่าง แต่มันชอบพองแข่งวัวทั้งตัว วัวตัวหนึ่งแม้แต่ลูกวัวมันก็ตัวใหญ่กว่าอึ่งอ่างนะ อึ่งอ่างมันก็ชอบพองตัวของมัน ดังนิทานท่านแสดงไว้ แต่ก่อนเราก็เห็นในหนังสือตอนเราเป็นนักเรียน เขาเรียนนิทานอะไร นิทานอีสป เอามาให้อ่านเราก็อ่าน อ่านไปเจออันนี้ละ ครูเขานำมาสอน อึ่งอ่างกับวัว
          อึ่งอ่างมันอยู่ในรู ภาษาเราเรียกว่าลูกอึ่งอ่างนั้นเฝ้าบ้าน แม่อึ่งอ่างไปเที่ยวหากิน แล้วก็มีสัตว์ตัวหนึ่งตัวใหญ่ สัตว์ตัวนั้นคือวัว เขาเที่ยวหากินมาหน้าบ้านของลูกอึ่งอ่าง หน้าบ้านคือปากรู ปากรูเขา ปากถ้ำเขา เขาเที่ยวหากิน เขาไม่ได้สนใจกับอึ่งอ่างแหละ เขาหากินไปธรรมดา ทีนี้ลูกอึ่งอ่างที่อยู่ในรูก็กลัวสัตว์ตัวใหญ่ๆนั้นจะเหยียบเขาตาย เขาก็หลบนั้นหลบนี้อยู่ในรู คืออยู่ในบ้านเขานั่นแหละ เรื่องก็ผ่านไป
          พอเรื่องผ่านไปวัวเขาก็ผ่านของเขาไปแล้ว แม่ไปหากินกลับมาลูกก็ร้องทุกข์ต่อแม่ ตะกี้นี้หนูเกือบตาย เป็นเพราะอะไรถึงเกือบตาย ก็มีสัตว์ตัวหนึ่งตัวใหญ่ๆ มันเหยียบย่ำมาแถวนี้ละ หนูกลัวมันจะเหยียบหนู หนูหลบหนูหลีกอยู่ในบ้านของเรา บ้านได้แก่รูของอึ่งอ่าง หลบไปหลบมา สัตว์ตัวนั้นเขาก็ไป หนูก็รอดตายมาได้ ถึงได้ร้องทุกข์ต่อแม่ มันตัวใหญ่นักเหรอ แม่ถามนะ ใหญ่แม่ แม่ก็พองตัว อึ่งอ่างมันพองตัว มันเท่านี้ไหม แม่พองตัวให้ลูกดู ว่าที่พองตัวขึ้นมานี่มันเท่าสัตว์ใหญ่ตัวนั้นไหม บอกโอ้ยมันใหญ่กว่านี้แม่ แม่ก็พองขึ้นเรื่อย สุดท้ายแม่พองจนท้องแตกตายเลย ก็ไม่ใหญ่เท่าวัว ความใหญ่มันก็คือความตายของมัน
          อันนี้อย่าเป็นอึ่งอ่างพองตัว แข่งดีแข่งเด่นชิงดีชิงเด่นกับโลกกิเลสด้วยกัน ไม่มีวันแพ้วันชนะกัน มีแต่ขนทุกข์เข้ามาสู่ตัวเอง แข่งเท่าไรยิ่งเป็นการขนทุกข์เข้ามาสู่ตัวเอง เราต้องอยู่ในฐานะตามกำลังวังชาของเรา ขวนขวายหามาได้มากน้อย ควรจะได้แค่ไหนก็อยู่ตามสภาพของเรา เมื่อตะเกียกตะกายสุดกำลังแล้วให้อยู่ในระดับพอดีกับฐานะของเรา อย่าดีดอย่าดิ้น ถ้าดีดดิ้นเกินไปแล้วมันจะยุ่งมากนะ หามาอยู่มากินไม่เพียงพอ แล้วคิดใหญ่ขึ้นมา

เทศน์อบรมฆราวาส
ณ ศาลาสวนแสงธรรม กรุงเทพฯ
เมื่อเช้าวันที่ ๒๔ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๔๙
อย่าให้มันเลยฐานะของตัวเอง
http://www.luangta.com/thamma/thamma_talk_text.php?ID=3983&CatID=2

วันจันทร์ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2558

ถ่มน้ำลายขึ้นฟ้า แล้วยังกล้า ขับรถชนภูเขา

 ถ่มน้ำลายขึ้นฟ้า

เขามีอะไร เอ้าโยน ก็เหมือนกับถ่มน้ำลายขึ้นฟ้า มันก็มาฟาดหน้าตัวเองนั่นแหละ โยนไปไหนไม่ไปมันก็เข้ามาหาเจ้าของๆ
:
ใครอยากจะทำลายตน ใครอยากจะเอามูตรเอาคูถมาโปะหัวตัวเอง แล้วเอามูตรเอาคูถไปอวดโลกสงสารเขามีไหม แม้แต่เด็กก็ไม่ทำ

เทศน์อบรมฆราวาส
วันที่ : 15 สิงหาคม 2546 เวลา : 08:20:00 น. สถานที่ : วัดป่าบ้านตาด

ขับรถชนภูเขา

มันจะเลวลงทุกวันนะเมืองไทยเรา อย่าเอากิเลสมาอวดธรรม กิเลสคือกองมูตรกองคูถทั้งกอง อย่าไปอวดทองคำทั้งแท่งคือธรรมนั้นเลย อย่าเด็ดขาดทีเดียว ไม่มีอะไรเหนือกรรม กรรมคือธรรมอยู่ในนั้นครอบหมดแล้ว เราจึงได้บอกว่า อย่าขับรถชนภูเขา อย่าเอามีดไปฟันหิน นี่เป็นเรื่องสำคัญมาก

ขึ้นชื่อว่าความชั่วแล้วเหมือนขับรถชนภูเขา 
เทศน์อบรมฆราวาส
วันที่ : 26 พฤษภาคม 2549 เวลา : 07:40:00 น. สถานที่ : วัดป่าบ้านตาด