วันอาทิตย์ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2557

ถาม..หรือยัง

เกมจับผิดภาพ (ให้หา Link ที่ต่างกันจากล่างขึ้นบน)
----------------------------
นี่สอนหมดไส้หมดพุงทุกสิ่งทุกอย่าง ไม่ว่าปฏิปทาเครื่องดำเนิน สอนหมดพุง ผลเกิดขึ้นมากน้อยเป็นยังไง ทุ่มลงไปจนหมดไม่มีอะไรเหลือเพื่อหมู่เพื่อคณะ ด้วยความเมตตาสงสารจริง ๆ เราไม่มีอะไรมาเกี่ยวข้อง โลกามิสใด ๆ ไม่มีมาเกี่ยวข้องในหัวใจเลย นอกจากเพื่อหัวใจหมู่เพื่อนถ่ายเดียวเท่านั้น ทุกข์ยากลำบากขนาดไหนก็ทนเอาเพราะเห็นแก่หัวใจ เพราะคิดว่าครูบาอาจารย์ทั้งหลายก็ค่อยร่วงโรยลงไป ร่วงโรยไป ๆ จะไม่มีที่ยึดที่ถือที่พอเป็นหลักเป็นเกณฑ์ ผู้เจตนาหวังดีที่ตั้งใจเป็นอรรถเป็นธรรมมีอยู่ จึงมามุ่ง

แต่นี้ไม่ทราบอะไรเป็นธรรมไม่เป็นธรรม มันกลายเป็นมูลสดมูลแห้งไปหมด แหลกไปตาม ๆ กันหมดนี่ แล้วผู้มาใหม่ก็ไม่รู้เรื่อง เห็นขี้ก็เลยคลุกเคล้ากันไปกับขี้นั้นไปเลย เพราะพวกนี้สร้างแต่ขี้ไว้ ขี้กองเต็มวัดเต็มวาไว้หมดหาที่เหยียบที่ย่างไม่ได้ ผู้มาทีหลังนึกว่าสถานที่นี่มีที่เหยียบที่ย่างตั้งแต่ขี้เท่านั้น ไม่มีอะไรดีไปกว่านั้นก็เหยียบไปตาม ๆ กัน มันก็แหลกไปตาม ๆ กันหมดไม่มีอะไรเหลือ


จาก..
เทศน์อบรมพระ ณ วัดป่าบ้านตาด
เมื่อวันที่ ๑๐ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๒๖
ศิษย์ดื้อ

http://www.luangta.com/thamma/thamma_talk_text.php?ID=972&CatID=3

วันอาทิตย์ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

ขี้มันเหม็น..ก็อย่าไปเขี่ย

หลังจากมีประกาศวัดป่าบ้านตาด 01/2557 ก็มีหลายคนสนใจที่จะหาหนังสือภูริทัตตะ อัครเถราจารย์ ซึ่งหลวงตาฯ เคยบอกว่า ขี้มันเหม็น..ก็อย่าไปเขี่ยมัน!

หากเปรียบไปแล้ว หนังสือเล่มนี้เป็นเหมือนผลไม้พิษ เพราะมีการสอดแทรกเนื้อหาอื่นเข้าไป ถึงแม้ได้มีการออกมายอมรับผิดแล้วก็ตาม แต่วิธีการแก้ปัญหา อาทิ อย่าได้ใส่ใจเนื้อหาที่สอดแทรกเข้ามา..(แล้วผู้ที่ไม่รู้จะทราบได้อย่างไร) และการให้พิมพ์ประกาศเป็นใบแทรกนั้น ไม่ได้สะท้อนว่าจะไม่ก่อให้เกิดผลเสียในอนาคตได้ เช่น จะแทรกได้ทุกเล่มหรือไม่ แทรกแล้วมีการตกหล่นหายหรือไม่ เป็นวิธีการแก้ปัญหาที่หยาบมาก น่าสลดสังเวช นี่ไม่ใช่เรื่องความแพ้ความชนะ แต่เป็นการรักษาธรรมของพ่อแม่ครูจารย์ ..

นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ

ระตะนัตตะเย ปะมาเทนะ ทวาระตะเยนะ กะตัง สัพพัง อะปะราธัง ขะมะถะเม ภันเต
ระตะนัตตะเย ปะมาเทนะ ทวาระตะเยนะ กะตัง สัพพัง อะปะราธัง ขะมะถะเม ภันเต
ระตะนัตตะเย ปะมาเทนะ ทวาระตะเยนะ กะตัง สัพพัง อะปะราธัง ขะมะถะเม ภันเต

ด้วยกายก็ดี ด้วยวาจาก็ดี ด้วยใจก็ดี กรรมอันน่าติเตียนใด ๆ ที่ข้าพเจ้าพลาดพลั้งไปล่วงเกินพระรัตนตรัย
ข้าพเจ้ากราบขอขมา

เพื่อเป็นการบูชาพระรัตนตรัย และไม่ให้หนังสือนี้จะเป็นปัญหาต่อไปในอนาคตข้างหน้า ข้าพเจ้าขอบูชาอย่างยิ่งด้วยการเผาทำลายหนังสือเล่มนี้...

วันศุกร์ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2557

มาช้ายังดีกว่าไม่มา..

ประกาศวัดป่าบ้านตาด เรื่องหนังสือ "ภูริทัตตะ อัครเถราจารย์" (Eco-pirnt version)



จาก http://www.luangta.com/info/news_text.php?cginews_id=532&type=
(ปัจจุบันเป็น Hidden link คือ ผู้อ่านไม่สามารถเห็นได้จากหน้าข่าวประชาสัมพันธ์ของ Luangta.com แล้ว!!! นอกจากจะทราบ link นี้ หรือ ใช้ Google ค้นหา)
----------------------------

... ถ้าไม่มีธรรมเข้ากำจัดคัดค้านเอาไว้แล้ว กิเลสยิ่งพาให้พองตัวมากขึ้น ทำคนให้เสียจนกระทั่งถึงหมดค่าหมดราคาได้ เพราะกิเลสเข้าเหยียบย่ำทำลาย โดยที่เราไม่รู้ว่าเรามีกิเลส หรือกิเลสเข้าไปช่วยเหยียบย่ำทำลาย เราไม่รู้ เพราะเราลืมตัว ถ้ามีธรรมแทรกเข้ามาแล้ว การคิดอย่างนั้น การทำอย่างนี้ ผิดหรือถูก เมื่อว่าผิดแล้วแก้ไขทันที ทำตัวให้เป็นคนดี ด้วยศีลด้วยธรรม ด้วยความถูกต้องดีงาม เราก็เป็นคนดี จนกลายเป็นนิสัยขึ้นมา อยู่ที่ไหนก็ระมัดระวังความชั่วทั้งหลาย แล้วสั่งสมความดีขึ้นมาภายในจิตใจของเรา เราก็เป็นคนดี เป็นคนดีจนติดนิสัย คนใดเข้ามาเกี่ยวข้องคนดี ย่อมมีความซึมซาบกันทันทีทันใด เป็นลำดับลำดา ...

หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน
เทศน์อบรมฆราวาส
ณ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ วิทยาเขตองครักษ์ จ.นครนายก
เมื่อวันที่ ๑๖ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๔๖
ไม่มีใครเสมอครูคือศาสดาองค์เอก

----------------------------

วันพฤหัสบดีที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2556

ภัยและเหตุปัจจัย ที่ทำให้พุทธศาสนาเสื่อม

จากพรรษาที่ ๑๙ ของพระพุทธเจ้า ขณะทรงประทับจำพรรษา ณ จาลิกบรรพต เมืองจาลิกา

พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงตรัสถึงภัยอนาคตอันเป็นความเสื่อมของพุทธศาสนา ไว้ในอังคุตตรนิกาย ปัญจกนินิบาตข้อ ๘๐ กล่าวถึงภัยในอนาคต ๕ ประการ ซึ่งยังไม่บังเกิดในตอนนั้น แต่ว่าจะบังเกิดในกาลต่อมา เมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๐ ปีที่แล้ว และทรงตรัสว่าภัยที่หลายนั้น อันเธอทั้งหลายควรรู้ไว้ ครั้นรู้แล้ว เธอพึงพยายามเพื่อละภัยเหล่านั้นเสีย

ภัยทั้ง ๕ ประการคือ

๑. ในอนาคต ภิกษุทั้งหลาย จะเป็นผู้ชอบจีวรในนาม ไม่ชอบจีวรในงาน จะละความเป็นผู้ถือผ้าบังสกุลเป็นวัตร (ในสมัยก่อนถือผ้าบังสกุลเป็นวัตร) จะประชุมกันอยู่ตามทางนิคมในงาน (ที่ชุมนุม) และราชธานี (เมืองใหญ่) จะถึงกาลแสวงหาที่ไม่สมควร ไม่เหมาะสมต่าง ๆ เพราะเหตุแห่งจีวร

๒. ในอนาคต ภิกษุทั้งหลาย จะเป็นผู้ชอบบิณฑบาตที่ดีงาม ไม่ชอบบิณฑบาตที่มีงาน ก็จะละความเป็นผู้ถือเที่ยวบิณฑบาตเป็นวัตร คือเดินออกไปบิณฑบาต จะประชุมกันอยู่ตามทางนิคม (เมือง)  และราชธานี แสวงหาบิณฑบาตที่มีรสเลิศด้วยกายลิ้น ประจักษ์ถึงการแสวงหาที่ไม่สมควร อันไม่เหมาะสมต่าง ๆ เพราะเหตุแห่งบิณฑบาต (การบิณฑบาต คือการขอโดยดุษณีภาพเป็นลักษณะเด่นเพราะคำว่าภิกษุคือผู้ขอจริง ๆ จึงเป็นผู้ที่ต้องออกบิณฑบาต )

๓. ในอนาคต ภิกษุทั้งหลาย จะเป็นผู้ชอบเสนาสนะที่ดีงาม (อยู่ในเมือง) ไม่ชอบเสนาสนะที่มีงาน ก็จะละความเป็นผู้ถือกายอยู่ป่า วัด ละเสนาสนะอันสงัด คือ ป่า และป่าชัฏ จะประชุมกันอยู่ตามทางนิคม และราชธานี และจะแสวงหาที่ไม่สมควร อันไม่เหมาะสมกับกาล เพราะเหตุแห่งเสนาสนะ (รวมถึงเครื่องอัฏฐะบริขาร ทั้งหมดด้วย)

๔. ในอนาคต ภิกษุทั้งหลาย จะเป็นผู้อยู่คลุกคลีด้วยภิกษุณี สามเณรี และสามมนุษย์เทพเพื่อหวังได้ว่า เธอเหล่านั้นจะไม่เป็นผู้ยินดีประพฤติพรหมจรรย์ จะต้องอาบัติ เศร้าหมองบางประการ หรือจะก่อคืนสิกขา เวียนมาเพื่อความเป็นคฤหัสถ์ เพราะเหตุแห่งการคลุกคลีนั้น

๕. ในอนาคต ภิกษุทั้งหลาย จะเป็นผู้อยู่คลุกคลีด้วยอารามิกบุรุษ เมื่อมีการอยู่คลุกคลีด้วยอารามิกบุรุษ พึงหวังได้ว่า เธอเหล่านั้นจะเป็นผู้ประกอบแต่การบริโภคของที่สะสมไว้มีประการต่าง ๆ จักทำนิมิตแม้อย่างหยาบในแผ่นดินบ้าง ทีปลายขอบเขียวบ้าง (สร้างวัตถุพุทธพาณิชย์แบบที่เราได้เห็นกัน)

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภัยในอนาคตทั้ง ๕ ประการที่ยังไม่บังเกิดในบัดนี้ แต่จักบังเกิดในกาลต่อไป ภัยนั้นอันเธอทั้งหลายพึงรู้ไว้เฉพาะ ครั้นแล้วพึงละภัยเหล่านั้น อันเป็นความเสื่อมของภัยพระพุทธศาสนาในอนาคตกาล

วันอาทิตย์ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

โง่แล้วขยัน..

นี่คือ..ตัวอย่างหนึ่งของโง่แล้วขยัน เห็นภาพพ่อแม่ครูจารย์ แล้วอยากจะใส่คำอธิบายภาพลงไป เมื่อเผยแพร่ออกไป จึงทำให้เกิดความเข้าใจผิดในวงกว้าง ว่าพระองค์แรกที่ถือไม้เท้าคือองค์พระหลวงปู่มั่น
องค์หลัง คือ หลวงปู่บุญเพ็ง เขมาภิรโต


แท้จริงแล้ว หลวงตาได้พูดถึงภาพนี้ว่า..
"..เอ๊ นี่รูปใครถ้าว่าไม่ใช่รูปหลวงปู่มั่น ใครเอามาไว้สุ่มสี่สุ่มห้า ว่ารูปเรา มันรูปยังไงนา เราไม่เคยอาจเอื้อมที่จะไปถ่ายรูปกับหลวงปู่มั่นนี่นะ ใครมาทำ (ไม่ใช่หลวงปู่มั่น เป็นหลวงปู่ชอบเจ้าค่ะ พ่อแม่ครูจารย์ไปดูใกล้ๆ) แล้วเขียนว่าหลวงปู่มั่นทำไม เขียนว่าหลวงปู่มั่น หลวงปู่หลุย แล้วหลวงตาบัว เราเลยไม่แน่ใจทั้งนั้น (พระท่านเคยเห็นรูปขาวดำ ท่านบอกไม่ใช่หลวงปู่มั่นเหมือนกันครับ ท่านบอกเป็นหลวงปู่ชอบครับ) ก็นั่นซี ก็ไม่เคยเห็นท่านถือไม้เท้า เราไปอยู่กับท่านจนกระทั่งท่านมรณภาพไม่เห็นท่านถือไม้เท้าเลย และรูปท่านก็ไม่ได้ถ่ายง่ายๆ นะ ท่านไม่ให้ถ่าย ที่ธาตุพนมนั่นท่านอนุญาตให้ลูกศิษย์เก่าของท่าน โยมทองอยู่ ธาตุพนม ถ่าย ท่านอนุญาตให้แล้วก็ท่านให้ทุกท่าเลย นั่งขัดสมาธิ ไม้ค้ออยู่ที่ศาลาวัดป่า แล้วก็ยืน ท่านให้ทั้งนั้นละ เราก็อยู่ที่นั่นนี่.."

เทศน์อบรมฆราวาส ณ วัดป่าบ้านตาด
เมื่อวันที่ ๑๘ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๔๙
ฤทธิ์คำสัตย์คำจริง
http://www.luangta.com/thamma/thamma_talk_text.php?ID=4071&CatID=2

แล้วจะต่างอะไรกับ..
การเอาหนังสือประวัติหลวงปู่มั่น ที่เรียบเรียงโดยหลวงตา มาทำเป็นหนังสือภูริทัตตะ อัครเถราจารย์ การกระทำนี้มันผิดตั้งแต่เริ่มคิดแล้ว... หากยังจะดำเนินการเผยแพร่ต่อไป ธรรมคำสั่งสอนของหลวงปู่มั่นก็จะเปลี่ยนแปลงไปตามกิเลสคนเขียนหนังสือและแหล่งที่มาที่ไม่ได้รู้เห็นจริง เช่นเดียวกับรูปภาพข้างต้น แต่จะเป็นกรรมที่หนักกว่าเพราะทำให้คนอื่นหลงทาง ข้ามน้ำผิดท่า

รวมทั้งหนังสืออีกเล่มที่ทำขาย ก็เอาความเห็นส่วนตัวมาใส่ แต่งตั้งให้พระที่กล่าวตู่พระพุทธเจ้า ว่าเป็นพระอริยะเจ้า และยังเอาพระรูปนั้นมาเปรียบเทียบกับหลวงปู่มั่น

หากคิดว่าตนฉลาดมีความสามารถเพียงพอ ทำไมไม่เอาประวัติหลวงปู่มั่นที่เขียนโดยคนอื่นเอามาทำหนังสือล่ะ หรือจะเขียนขึ้นมาเองก็ได้ คนเราจะสูงขึ้นมาได้ ไม่ต้องเหยียบหัวคนอื่นขึ้นไปหรอก

ถ้าโง่แล้วอยู่เฉย ๆ ก็จะไม่มีใครว่า ขอให้นำไปพิจารณา..

วันศุกร์ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2556

จดหมายเปิดผนึก ถึง พระอาจารย์สุดใจ ทันตมโน

จดหมายเปิดผนึก ถึง พระอาจารย์สุดใจ ทันตมโน


ตามที่ได้มีการจัดพิมพ์หนังสือ"ภูริทัตตะ อัครเถราจารย์" ขึ้นในโอกาสครบรอบ 100 ปี ชาตกาล ขององค์หลวงตาพระมหาบัว ญาณสัมปันโน โดยอมรินทร์พริ้นติ้ง ซึ่งมูลนิธิสิริวัฒนภักดี  เป็นผู้ออกทุนจำนวน 4 ล้านบาท จำนวนการจัดพิมพ์ 5,000 เล่ม และลิขสิทธิ์เป็นของวัดป่าบ้านตาด คำนำเขียนโดยพระอาจารย์สุดใจ ทันตมโน เนื้อหาประกอบด้วย ส่วนที่ยกมาจากหนังสือ "ประวัติท่านพระอาจารย์มั่น ภูริทัตตเถระ โดย ท่านอาจารย์พระมหาบัว ญาณสัมปันโน" และมีส่วนที่เสริมเข้ามาเช่น รูปภาพ ธรรมะ และประวัติศาสตร์สถานที่  บุคคล และส่วนอื่น ๆ นำมาจากหนังสือ เช่น หนังสือหยดน้ำบนใบบัว  มุตโตทัย รายละเอียดปรากฎอยู่ท้ายเล่ม  และทราบมาว่าจะมีการพิมพ์เพิ่มอีก และผู้เขียนได้ทำหนังสือ "บันทึกการเดินทางตามรอยธุดงค์หลวงปู่มั่นจอมทัพธรรม" มาพิมพ์ขายด้วย

หนังสือ "ประวัติท่านพระอาจารย์มั่นฯ" นั้นได้กลั่นกรองและพิจารณาแล้วจากองค์หลวงตาฯ และได้พิมพ์แจกเป็นระยะ ๆ มาตลอด ตั้งแต่ปี 2516 เป็นต้นมา อันเป็นหนังสือที่บริสุทธิ์และทรงคุณค่ามหาศาล เนื่องมาจากเป็นหนังสือที่พระอรหันต์เขียนประวัติพระอรหันต์ ซึ่งได้มาจากประสบการณ์ตรงขององค์พระหลวงตาฯ และสอบทานกับพระอรหันต์ และผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์นั้น ๆ ด้วยตนเอง  หลวงตาฯ บอกอยู่เสมอว่า "ผู้ไม่รู้..แต่งไม่ได้  ผู้ไม่รู้..เขียนไม่ได้" หลวงตาฯ ได้ทุ่มเทอย่างจริงจังเพื่อที่จะเชิดชูพ่อแม่ครูจารย์มั่น อย่างที่สุด ถึงกับลงทุนไปเรียนพิมพ์ดีดเพื่อที่จะพิมพ์ต้นฉบับด้วยองค์ท่านเอง และไม่มีผลประโยชน์ใดแอบแฝง

ด้วยเหตุผลดังกล่าวมาแล้ว อยากถามท่านว่า หนังสือ "ประวัติท่านพระอาจารย์มั่นฯ" นั้นไม่มีคุณค่าเพียงพอที่จะพิมพ์แจกในงาน 100 ปี ชาตกาลฯ หรืออย่างไร ท่านจึงได้อนุญาตให้มีการทำหนังสือดังกล่าวโดยปุถุชนคนหนา และมีการเสริมข้อมูลจากแหล่งที่มาหลากหลาย  ตัวอย่างเช่น มีการเชิดชูครูบาอาจารย์บางองค์ ซึ่งเป็นพระที่องค์หลวงตาไม่ลงใจ เพราะสมัยอยู่กับหลวงปู่มั่น ข้ามหัวครูบาอาจารย์ และถูกไล่ออกจากวัด และต่อมามีการแอบอ้างว่าได้เคยสอนการภาวนาแก่หลวงตา และหลวงปู่เจี๊ยะ ตั้งแต่เป็นสามเณร  และอ้างว่าหลวงปู่มั่นสั่งให้มาอยู่กรุงเทพฯ  แม้กระทั่งหนังสือหยดน้ำบนใบบัว ก็เป็นหนังสือที่องค์หลวงตาท่านพูดว่า  "เราไม่เกี่ยวข้อง"

ถ้าหลวงตาฯ ยังอยู่.. ท่านจะอนุญาตให้ทำหนังสืออย่างนี้หรือไม่?